เทคนิคการออกแบบ Print Ads ให้โดดเด่นและสร้างสรรค์ ตอนจบ

เทคนิคการออกแบบ Print Ads ให้โดดเด่นและสร้างสรรค์ ตอนจบ


เราจำเป็นต้องฝึกฝนการออกแบบเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญและชำนาญยิ่งขึ้น อาจจำเป็นต้องอาศัยเทคนิคภายนอกให้เป็น Reference ในการทำงาน เกิดความคิดใหม่ แนวคิดใหม่ ดังนั้นมาดูเทคนิคการออกแบบ Print Ads ภาคจบ กันดีกว่า เผื่อแนวทางในการสร้งสรรค์ของหลายๆ ท่านจะผุดขึ้นมาอีกร้อยพันไอเดีย

16.ใช้พื้นหลังสีขาวให้เป็นประโยชน์
การใช้พื้นหลังสีขาวอาจจะดูเบสิคเกินไป แต่หากการใช้นั้นสัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการสื่อความหมาย ที่ว่างพื้นหลังสีขาวนั้นคือสิ่งที่มีพลังมากมหาศาลเลยทีเดียว

17.สร้างมูฟเมนต์ให้ภาพ
การสร้างให้ภาพนิ่งกลายเป็นภาพ 2 มิติแสดงถึงความเคลื่อนไหว นั้นก็ยังเป็นสิ่งที่น่าสนใจเช่นกัน เพราะภาพที่โดดเด่นและแปลกตาสามารถสะกดให้คนหยุดดูได้

18.ค้นหาแนวทางใหม่
การนำเสนอให้แตกต่างจะเปลี่ยนความสนใจของผู้บริโภคได้อย่างฉับพลัน เพราะสินค้าที่ขายกันอยู่นั้นมักมีความคล้ายและซ้ำกันมากมาย ความโดดเด่นในการนำเสนอก็จะช่วยให้ Print Ads ของเราน่าสนใจกว่าสินค้าอื่น ตัวอย่างเช่น หมากฝรั่ง Extra ที่เปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ของตัวเองเป็นแปรงสีฟัน

19. ทำ Typeface ให้แปลกไม่เหมือนใคร
โดยการทำ Typeface นี้ หากสามารถใช้ส่วนหนึ่งของสินค้ามาเป็นส่วนประกอบในการตกแต่งประโยคให้น่าสนใจก็จะมีความโดดเด่นไม่น้อยเลยทีเดียว ยกตัวอย่างเช่น Print Ad ของ Nutella ที่นำความน่ากินมาเขียนเป็นตัวอักษร PLEASE DO NOT  LICK THE PAGE ซึ่งแปลเป็นไทยได้ว่า กรุณาอย่าเลีย


Image: Nutella by Tim Smith


20.เล่นกับสื่อ ให้เกิดความน่าสนใจ
การใช้เทคนิคเล็กน้อยที่ไม่ต้องมีอะไรมากมาย อาจประยุกต์ระหว่างรูปแบบประเภทของโฆษณากับสินค้าเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น โฆษณาไอศกรีมที่เป็นภาพหลอกว่ากระดาษกำลังม้วนจากมุมแต่กลับกลายเป็นรูปโคนไอศกรีม


Image: Kibon by Renata El Dib


21.ใช้เส้นนำสายตา
บอกเล่าเรื่องราวโดยการใช้เส้นนำสายตาให้ไปสะดุดที่ผลิตภัณฑ์ แต่ก็แฝงความหมายและสารให้ส่งไปยังผู้รับได้ตรงตามเป้าหมายด้วย

22. สร้างอารมณ์ร่วม
วิธีการนี้ใช้ได้ผลเสมอ เพราะสามารถเร้าอารมณ์ให้ผู้ที่พบเจอมีอารมณ์ร่วม และรู้สึกไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกตื่นตัน เศร้าใจ การสร้าง Story ให้เป็นที่น่าสนใจหรือเร้าอารมณ์มากเท่าไหร่ ยิ่งถูกสนใจจากคนในสังคมมากเท่านั้น

23.ใช้แพทเทิร์น
ส่วนมากเราจะพบในงานสถาปัตยกรรม แต่การนำมาอยู่ในโฆษณาจึงต้องมีการประยุกต์เพื่อให้เกิดจังหวะและความน่าสนใจ สร้างสรรค์และแปลกใหม่ ดั่งเช่นสุภาษิต”งมเข็มในมหาสมุทร” ที่ปากกาเน้นข้อความ LUXOR ทำแอดโดยการเรียงคำว่า bay ซ้ำๆเต็มหน้าไปหมดแต่กลับมีไฮไลท์ที่ถูกป้ายบนคำว่าเข็ม แค่นี้ก็บอกสรรพคุณสินค้าได้แบบเหนือๆ แล้ว


Image: Luxor


24. Typographic
เล่นกับตัวอักษรจะช่วยให้ความหมายที่ต้องการสื่อชัดเจนมากยิ่งขึ้น กระจ่างมากกว่าเดิม เพราะการใช้ข้อความจะช่วยให้ได้รับความหมายที่ต้องการสื่อได้เร็วขึ้นและตรงไปตามความหมาย

25.ใช้ฟอนต์หนาๆ เพื่อเรียกร้องความสนใจ
การใช้ฟอนต์หนาในข้อความ จะช่วยให้ข้อความโดดเด่นและมีความน่าสนใจแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันต้องมั่นใจว่าข้อความเหล่านั้นทำให้ผู้บริโภคสะดุด หยุดอ่าน และจดจำได้ มีความสละสลวยในภาษา ไม่ลำบากใจในการพบเห็น

26.ปล่อยให้คนดูจินตนาการ
คือการสร้าง Story ให้มีความหมายแฝงอยู่ภายในภาพ โดยต้องอิงให้สอดคล้องกับผลิตภัณฑ์ด้วย

27.ใช้เนกาทีฟสเปซ (Negative Space)
การทำให้ภาพมีความหมายได้สองด้าน เช่น ขาว-ดำ วิธีการแบบนี้ถูกนิยมในมากในงานออกแบบ Logo และเมื่อมันอยู่ใน Poster Advertising มันก็ทรงพลังได้เช่นกัน

28.เรียกร้องความสนใจด้วยสิ่งแปลกปลอม
การสร้างภาพโฆษณาด้วยวิธีการเรียกร้องความสนใจที่ง่ายที่สุด นั่นก็คือการทำให้มีสิ่งผิดปกติ แปลกปลอม ภายในภาพ ให้เราสังเกต และสะดุดตาได้ เช่นตัวอย่าง Colgate บอกให้เรามองหาสิ่งผิดปกติในภาพ ซึ่งเราอาจจะสนใจพวกนิ้วเกิน หูหาย มือใครไม่รู้ แต่ความจริง Colgate จะบอกว่า เศษอาหารที่ติดฟันต่างหากที่ผิดปกติ และคุณควรกำจัดมัน


Image: Colgate by Y&R


29.ให้ภาพเล่าเรื่อง
คือการให้ภาพได้ทำหน้าที่ด้วยตัวเอง ภายในภาพเป็น Story ที่สามารถเล่าเรื่องได้จนจบและครบรู้เรื่อง โดยไม่ต้องมีข้อความหรือการใส่สัญลักษณ์อื่นใดลงไปในภาพ

30.เพิ่มลูกเล่น
ให้ผู้ชมภาพโฆษณาเหล่านั้นได้มีส่วนร่วมในการทำให้โฆษณาสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น โปสเตอร์รณรงค์เมาไม่ขับ แต่เขามีแต่ตัวอักษรให้เลือกเติมเพื่อความสบูรณ์ของข้อความว่า “ขับ” หรือ “ดื่ม” ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น


Image: Seagram by Ogilvy & Mather


ทั้งหมดนี้อาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งในอีกหลายพันเทคนิค แต่เชื่อว่าเทคนิคที่นำมาฝากทุกท่านอาจเกิดประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย เพื่อให้เกิดความสร้างสรรค์และประเด็นใหม่ในการทำงาน แต่อย่าลืมว่าไม่มีใครสามารถเก่งมาแต่เกิดได้ ทุกคนล้วนแล้วแต่ฝึกฝนเพื่อให้ตนเองมีฝีมือที่ดีขึ้นกันทั้งนั้น ดังนั้นการฝึกฝนจะช่วยให้เราแข็งแกร่งได้ และประสบการณ์ในการทำงานแต่ละครั้งก็จะช่วยเป็นครูที่ดีให้กับเราได้เช่นกัน






ที่มา : idxw